พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกคำ เตือนนักเตะ ทุกสโมสรเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงความดีใจแบบเยาะเย้ยคู่แข่ง ซึ่งอาจนำไปสู่การลงโทษตามกฎของลีก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดในสนามและป้องกันเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างนักเตะ รวมถึงแฟนบอลที่อาจได้รับอิทธิพลจากการแสดงออกดังกล่าว
คำเตือนนี้เกิดขึ้นหลังจากมีหลายเหตุการณ์ที่นักเตะดีใจด้วยท่าทาง挑衅หรือพูดจาเย้ยหยันฝ่ายตรงข้าม จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกฟุตบอล ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความไม่พอใจในสนามแล้ว ยังเสี่ยงต่อการกระตุ้นปฏิกิริยารุนแรงจากแฟนบอลหรือกระทั่งนำไปสู่การทะเลาะวิวาทของนักเตะเอง

พรีเมียร์ลีกเข้มงวด! ดีใจเกินเลย = โดนลงโทษ
สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) และพรีเมียร์ลีก ได้ออกแนวทางที่ชัดเจนว่า หากนักเตะแสดงพฤติกรรมดีใจเกินเลยในลักษณะที่เป็นการเยาะเย้ยหรือยั่วยุคู่แข่ง อาจถูก ใบเหลือง หรือแม้แต่ โทษแบน ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินและคณะกรรมการพิจารณาโทษย้อนหลัง
โดยกฎของพรีเมียร์ลีกระบุว่า นักเตะสามารถแสดงความดีใจหลังจากทำประตูได้ตามปกติ แต่หากพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่าย “ยั่วยุ” เช่น
- ชี้นิ้วไปที่คู่แข่งพร้อมท่าทางเยาะเย้ย
- ทำท่าล้อเลียนแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม
- ใช้คำพูดหรือท่าทางที่ดูหมิ่นคู่แข่ง
- วิ่งไปเฉลิมฉลองต่อหน้าแฟนบอลของฝ่ายตรงข้ามแบบท้าทาย
พฤติกรรมเหล่านี้อาจนำไปสู่การได้รับใบเหลืองทันที หรือหากรุนแรง อาจมีบทลงโทษย้อนหลังจากคณะกรรมการพิจารณาวินัยของลีก

ตัวอย่างเหตุการณ์ดีใจเกินขอบเขตที่เคยเกิดขึ้น
ในอดีต พรีเมียร์ลีกเคยมีเหตุการณ์นักเตะที่แสดงความดีใจแบบเย้ยคู่แข่งจนกลายเป็นข่าวดัง ซึ่งบางกรณีก็ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสนามหรือระหว่างแฟนบอล
1. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (2009)
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเมื่อ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ กองหน้าชาวโตโกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในขณะนั้น ทำประตูใส่อาร์เซนอล อดีตทีมเก่าของเขา ก่อนจะวิ่งไปฉลองประตูต่อหน้าแฟนบอลทีมเยือนที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ทำให้แฟนบอลอาร์เซนอลไม่พอใจอย่างรุนแรงและเกิดเหตุการณ์ปาข้าวของลงสนาม
แม้ว่าอเดบายอร์จะอ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์ความสะใจจากแรงกดดันของแฟนบอลเก่า แต่พรีเมียร์ลีกก็มองว่านี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเขาถูก แบน 2 นัด พร้อมปรับเงิน
2. เจสซี ลินการ์ด – การเต้นฉลองประตูต่อหน้าแฟนบอลอาร์เซนอล (2019)
ในเกม FA Cup ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซนอล ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม เจสซี ลินการ์ด ทำประตูได้ก่อนจะเต้นท่ามกลางแฟนบอลอาร์เซนอลแบบเย้ยหยัน ทำให้แฟนบอลเจ้าบ้านไม่พอใจอย่างหนัก
แม้ว่าในกรณีของลินการ์ด เขาไม่ได้ถูกลงโทษจากผู้ตัดสินในสนาม แต่เหตุการณ์นี้ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างของการดีใจที่อาจนำไปสู่การปะทะอารมณ์ระหว่างนักเตะและแฟนบอล
3. เจมี่ วาร์ดี้ – ท่าดีใจเย้ยแฟนบอลเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (2020)
เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าตัวเก่งของเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นนักเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องการดีใจแบบมีสีสัน แต่บางครั้งก็นำไปสู่การกระตุ้นอารมณ์แฟนบอลฝ่ายตรงข้าม
ในเกมที่เลสเตอร์ ซิตี้ พบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วาร์ดี้ ยิงประตูชัยก่อนจะวิ่งไปเย้ยแฟนบอลเชฟฟิลด์ ด้วยท่าทางล้อเลียนตราสโมสรของทีมคู่แข่ง ทำให้เจ้าหน้าที่พรีเมียร์ลีกต้องออกคำเตือน และต่อมาเขาถูกสั่งปรับเงินจากพฤติกรรมดังกล่าว
ผลกระทบจากการดีใจเย้ยคู่แข่ง
พรีเมียร์ลีกและสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ต้องการลดความตึงเครียดในสนาม โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียสามารถขยายผลของการกระทำเหล่านี้ไปได้ไกลกว่าเดิม
1. จุดชนวนให้เกิดความรุนแรงในสนาม
นักเตะที่แสดงพฤติกรรมเยาะเย้ย อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกไม่พอใจ และนำไปสู่การปะทะกันในสนาม เช่น การโต้เถียงหรือการเล่นนอกเกมเพื่อล้างแค้น
2. กระตุ้นอารมณ์แฟนบอล และอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงนอกสนาม
แฟนบอลที่รู้สึกว่าถูกยั่วยุอาจตอบโต้ด้วยการขว้างปาสิ่งของ หรือแม้แต่เกิดการปะทะกันระหว่างกองเชียร์ของทั้งสองทีม
3. กระทบภาพลักษณ์ของพรีเมียร์ลีก
พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่มีผู้ชมทั่วโลก หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจทำให้ภาพลักษณ์ของลีกเสียหาย และทำให้ต้องเพิ่มมาตรการควบคุมพฤติกรรมของนักเตะมากขึ้น
พรีเมียร์ลีกเตรียมใช้ VAR ตรวจสอบพฤติกรรมดีใจเย้ยคู่แข่ง
ในฤดูกาลนี้ พรีเมียร์ลีกประกาศว่า VAR (Video Assistant Referee) จะถูกใช้เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของนักเตะหลังจากทำประตู หากพบว่ามีการแสดงออกที่เข้าข่าย “ยั่วยุ” หรือ “เย้ยคู่แข่ง” ผู้ตัดสินสามารถให้ ใบเหลืองทันที หรือส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาโทษเพิ่มเติม
credit : ufabet
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *